ตำราอาหารไทย
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
01 สิงหาคม 2014, 06:38:40 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
งดรับสมาชิกชั่วคราว ตำราสูตรอาหารไทยออนไลน์
เว็บนี้ให้ความรู้แก่คนไทยฟรี ๆ กรุณาเห็นใจคนใส่ใจหาความรู้
ห้ามโพสท์ขายสินค้าทุกชนิด
อย่าโลภมากเห็นแก่ตัวคิดแต่จะหาเงิน
6.520 กระทู้ ใน 4.244 หัวข้อ โดย 1.349 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: GutturalHate
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ตำราอาหารไทย
|-+  เรื่องเล่าแฟนครูนิจ
| |-+  เรื่องเรื่อยเปื่อยทั่วไป
| | |-+  คลอรีนผงและคลอรีนน้ำ
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คลอรีนผงและคลอรีนน้ำ  (อ่าน 43065 ครั้ง)
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 18 มิถุนายน 2008, 06:15:23 PM »

ถ้าอ่านไม่ได้ ให้อ่านข้างล่างตรง ตอบ กระทู้ 1 ก็เหมือนกันนะครับ
ผมก็อปปี้ไปวางให้แล้ว
คลอรีน
- คลอรีนผง  ความเข้มข้น 65%  ราคา  58.85 บ./ kg.
- คลอรีนน้ำ ความเข้มข้น 10%  ราคา  6.96 บ./kg.
สมการเคมีของคลอรีนผง
Ca( OCl)2 + H2O     --------------->      2HOCl + CaO
40 +    ( 16+35.5) x 2        =143              52.5
  น้ำหนักโมเลกุล ของ Ca(OCl)2  =  143 น้ำหนักโมเลกุลของ HOCl=52.5                                                               

สมการเคมีของคลอรีนน้ำ
2Na(OCl) + H2O      ----------->            2HOCl + Na2
 23+51  = 74.5                                            52.5
น้ำหนักโมเลกุล ของ Na(OCl )   =  74.5                          น้ำหนักโมเลกุลของ HOCl = 52.5
ทำสารละลายให้เป็นหน่วยโมล
คลอรีนผง 1 กก. มี เนื้อ คลอรีน  650 กรัม หรือ 650/143 =4.54  โมล
คลอรีนน้ำ 1 กก. มีเนื้อ คลอรีน  100 กรัม หรือ 100/74.5 =1.34 โมล
      หา ปริมาณ HOCl  ที่ได้จาก คลอรีนผง 1 กิโลกรัม
เนื้อคลอรีน  1 โมล (ที่ได้จากคลอรีนผง 1 กิโลกรัม)  ให้ ปริมาณ HOCl  2 โมล
เนื้อคลอรีน  4.54 โมล(ที่ได้จากคลอรีนผง 1 กิโลกรัม)
ให้ปริมาณ HOCl  2*4.54 =9.08 โมล หรือเท่ากับ 9.08*52.5 =476.7 กรัม
สรุป คลอรีนผง 1 กก. ให้ HOCl  476.7 กรัม
หรือ HOCl  1000 กรัม ต้องมาจากคลอรีนผง (65%)  จำนวน 1/476.7*1000=2.09 กก.

      หา ปริมาณ HOCl  ที่ได้จาก คลอรีน น้ำ 1 กิโลกรัม
เนื้อคลอรีน  1 โมล (ที่ได้จากคลอรีนน้ำ 1 กิโลกรัม)  ให้ ปริมาณ HOCl  1 โมล
เนื้อคลอรีน  1.34 โมล(ที่ได้จากคลอรีนน้ำ 1 กิโลกรัม)
ให้ปริมาณ HOCl  1*1.34 =1.34โมล หรือเท่ากับ 1.34*52.5 =70.35 กรัม
สรุป คลอรีนน้ำ1 กก. ให้ HOCl  70.35 กรัม
หรือ HOCl  1000 กรัม ต้องมาจากคลอรีนน้ำ (10%)  จำนวน 1/70.35*1000=14.2 กก.

   หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนผง = 2.09*58.85=122.99 บาท
               หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนน้ำ = 14.2*6.96=98.83 บาท

สรุปว่า HOCl ที่มาจากคลอรีนน้ำ ถูกกว่า กก.ละ 122.99-98.83= 24.16 บาท

คำถาม ถ้าต้องการ สารละลายคลอรีนผง 1 % ต้องเตรียมสารละลายคลอรีนน้ำเท่าไหร่ถึงจะได้ ความเข้มข้นของ HOCl เท่ากัน
สมมุติ น้ำ 1000 กรัม มีคลอรีนผง 10 กรัม
คลอรีนผง 10กรัม มี HOCl   4.76 กรัม

HOCl  70.35 กรัม มาจากคลอรีนน้ำ  1000 กรัม
HOCL 4.76 กรัม มาจากคลอรีนน้ำ   1000/70.35*4.76 =67.66 กรัม

ต้องเตรียมคลอรีนน้ำ 67.66 กรัม ใส่น้ำให้เป็น 1000 กรัม หรือ 6.76 %

สรุป คลอรีนผง 1 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 6.76 %
 สรุป คลอรีนผง 2 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 13.52 %
สรุป คลอรีนผง 3 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 20.28 %
สรุป คลอรีนผง 0.5% จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 3.38 %

ถ้าอ่านไม่ได้ ให้อ่านข้างล่างก็เหมือนกันนะครับ
V
V
V
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 มิถุนายน 2008, 11:24:54 AM โดย nopadol » บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 มิถุนายน 2008, 09:09:09 AM »

คลอรีน
- คลอรีนผง  ความเข้มข้น 65%  ราคา  58.85 บ./ kg.
- คลอรีนน้ำ ความเข้มข้น 10%  ราคา  6.96 บ./kg.
สมการเคมีของคลอรีนผง
Ca( OCl)2 + H2O     --------------->      2HOCl + CaO
40 +    ( 16+35.5) x 2        =143              52.5
  น้ำหนักโมเลกุล ของ Ca(OCl)2  =  143 น้ำหนักโมเลกุลของ HOCl=52.5                                                               

สมการเคมีของคลอรีนน้ำ
2Na(OCl) + H2O      ----------->            2HOCl + Na2
 23+51  = 74.5                                            52.5
น้ำหนักโมเลกุล ของ Na(OCl )   =  74.5                          น้ำหนักโมเลกุลของ HOCl = 52.5
ทำสารละลายให้เป็นหน่วยโมล
คลอรีนผง 1 กก. มี เนื้อ คลอรีน  650 กรัม หรือ 650/143 =4.54  โมล
คลอรีนน้ำ 1 กก. มีเนื้อ คลอรีน  100 กรัม หรือ 100/74.5 =1.34 โมล
      หา ปริมาณ HOCl  ที่ได้จาก คลอรีนผง 1 กิโลกรัม
เนื้อคลอรีน  1 โมล (ที่ได้จากคลอรีนผง 1 กิโลกรัม)  ให้ ปริมาณ HOCl  2 โมล
เนื้อคลอรีน  4.54 โมล(ที่ได้จากคลอรีนผง 1 กิโลกรัม)
ให้ปริมาณ HOCl  2*4.54 =9.08 โมล หรือเท่ากับ 9.08*52.5 =476.7 กรัม
สรุป คลอรีนผง 1 กก. ให้ HOCl  476.7 กรัม
หรือ HOCl  1000 กรัม ต้องมาจากคลอรีนผง (65%)  จำนวน 1/476.7*1000=2.09 กก.

      หา ปริมาณ HOCl  ที่ได้จาก คลอรีน น้ำ 1 กิโลกรัม
เนื้อคลอรีน  1 โมล (ที่ได้จากคลอรีนน้ำ 1 กิโลกรัม)  ให้ ปริมาณ HOCl  1 โมล
เนื้อคลอรีน  1.34 โมล(ที่ได้จากคลอรีนน้ำ 1 กิโลกรัม)
ให้ปริมาณ HOCl  1*1.34 =1.34โมล หรือเท่ากับ 1.34*52.5 =70.35 กรัม
สรุป คลอรีนน้ำ1 กก. ให้ HOCl  70.35 กรัม
หรือ HOCl  1000 กรัม ต้องมาจากคลอรีนน้ำ (10%)  จำนวน 1/70.35*1000=14.2 กก.

   หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนผง = 2.09*58.85=122.99 บาท
               หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนน้ำ = 14.2*6.96=98.83 บาท

สรุปว่า HOCl ที่มาจากคลอรีนน้ำ ถูกกว่า กก.ละ 122.99-98.83= 24.16 บาท

คำถาม ถ้าต้องการ สารละลายคลอรีนผง 1 % ต้องเตรียมสารละลายคลอรีนน้ำเท่าไหร่ถึงจะได้ ความเข้มข้นของ HOCl เท่ากัน
สมมุติ น้ำ 1000 กรัม มีคลอรีนผง 10 กรัม
คลอรีนผง 10กรัม มี HOCl   4.76 กรัม

HOCl  70.35 กรัม มาจากคลอรีนน้ำ  1000 กรัม
HOCL 4.76 กรัม มาจากคลอรีนน้ำ   1000/70.35*4.76 =67.66 กรัม

ต้องเตรียมคลอรีนน้ำ 67.66 กรัม ใส่น้ำให้เป็น 1000 กรัม หรือ 6.76 %

สรุป คลอรีนผง 1 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 6.76 %
 สรุป คลอรีนผง 2 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 13.52 %
สรุป คลอรีนผง 3 % จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 20.28 %
สรุป คลอรีนผง 0.5% จะให้ HOCl  เท่ากันกับ คลอรีน น้ำ 3.38 %

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 มิถุนายน 2008, 11:19:14 AM โดย nopadol » บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:11:55 PM »

เอาบทความดีๆเกี่ยวกับคลอรีนมาลงให้ครับ
เครดิต กลุ่มพัฒนาคุณภาพน้ำบริโภค*

หน้า 1
 

 

   คลอรีน (Chlorine) เป็นสารเคมีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากคลอรีนสามารถทำลายเชื้อโรคได้มากกว่า 99% รวมทั้ง อี.โคไล (E.coli) และเชื้อไวรัส นอกจากนี้คลอรีนสามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่งที่ทำการเติมคลอรีนลงไปแล้ว ยังให้ผลในระยะยาวอีกด้วย โดยคลอรีนที่เติมลงไปจะละลายน้ำอยู่ในรูปของคลอรีนอิสระ (Residual Chlorine) ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมาในภายหลัง

คุณสมบัติของคลอรีน
   คลอรีนสามารถดำรงอยู่ในสภาพของเหลวและแก๊ส โดยทั่วไปจะทำปฏิกิริยาเคมีกับโลหะแทบทุกชนิดเมื่อมีความชื้นอยู่ด้วย คลอรีนเป็นสารที่ไม่ก่อการระเบิดและติดไฟด้วยตนเอง
   คลอรีนที่อุณหภูมิและความดันปกติ จะมีสภาพเป็นแก๊สสีเขียวตองอ่อน กลิ่นฉุน ถ้าปะปนอยู่ในอากาศจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ก๊าซคลอรีนจะหนักกว่าอากาศ 2.5 เท่า ฉะนั้นเมื่อเกิดการรั่วคลอรีนจะแผ่คลุมบริเวณพื้นผิวดินหรือบนพื้นน้ำ และบริเวณที่ต่ำๆ ก๊าซคลอรีนจะละลายน้ำได้เพียงเล็กน้อย
   คลอรีนเหลวมีสีอำพัน หนักกว่าน้ำประมาณ 1.5 เท่า ที่ความดันปกติ จะมีจุดเดือด -34 ๐C  เมื่อกลายสภาพเป็นแก๊สจะขยายตัวถึงประมาณ 460 เท่า ดังนั้นถ้าเกิดการรั่วควรแก้ไขไม่ให้เกิดการรั่วในสภาพเป็นของเหลว
   คลอรีนเหลวและก๊าซคลอรีนที่แห้งจะไม่กัดกร่อนโลหะธรรมดา เช่น เหล็ก ทองแดง เหล็กไร้สนิท ตะกั่ว แต่โลหะดังกล่าวจะถูกกัดกร่อนอย่างรุนแรง ถ้าสัมผัสกับคลอรีนที่มีความชื้น ดังนั้น อุปกรณ์ที่ใช้งานเกี่ยวกับคลอรีนเหลว ควรปิดให้สนิทเมื่อเลิกใช้งานแล้ว เพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปทำให้เกิดอันตรายได้
   คลอรีนที่อยู่ในภาชนะบรรจุเป็นคลอรีนแห้ง (มีความชื้นน้อยกว่า 150 ส่วนในล้านส่วน) จะมีสภาพเป็นของเหลวอยู่ภายใต้ความดันสูง ความดันนี้เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ โดยความดันจะสูงขึ้นตามอุณหภูมิ เพราะส่วนที่เป็นของเหลวจะขยายตัวเปลี่ยนสภาพเป็นแก๊ส ดังเช่นที่อุณหภูมิ 35๐C ความดันของก๊าซคลอรีนในภาชนะเหล็กจะเท่ากับ 10 เท่าของความดันอากาศ ถ้าอุณหภูมิขึ้นถึง 65 ๐C ความดันแก๊สภายในจะเท่ากับ 20 เท่าของความกดดันของอากาศ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อภาชนะบรรจุ ดังนั้น จึงควรเก็บภาชนะบรรจุคลอรีนในที่ร่ม และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ชนิดของคลอรีน
   คลอรีน คือ สารที่นิยมใช้กันมากในการทำลายเชื้อโรคในน้ำ ซึ่งประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคได้สูงและราคาไม่สู้จะแพงนัก สีเป็นสีขาว ไม่เป็นที่รังเกียจ ยกเว้นแต่จะมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อย สารคลอรีนโดยทั่วไปมี  2  ชนิด คือชนิดก๊าซและชนิดผง



*กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:12:48 PM »


หน้า 2

1. ชนิดก๊าซคลอรีน  มีสีเหลืองแกมเขียว มีความหนาแน่นประมาณ 2.5 เท่าของอากาศ และเมื่อเป็นของเหลว (คลอรีนเหลว 99%) จะมีสีเหลืองอำพัน มีความหนาแน่นเป็น 1.44 เท่าของน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อปอดและเนื้อเยื่อต่างๆ โดยจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ เยื่อบุจมูก และผิวหนัง ซึ่งผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการสัมผัสกับก๊าซคลอรีนที่จะเริ่มเห็นได้ชัดเจน คือที่ความเข้มข้นประมาณ 5 ppm. ขึ้นไป และที่ความเข้มข้น 5-10 ppm. จะทำให้การหายใจติดขัด น้ำตาไหล ระคายเคืองผิวหนัง ระคายเคืองปอด และเมื่อความเข้มข้นสูงขึ้น เช่น หากได้รับก๊าซคลอรีนในปริมาณ 1,000 ppm. จะทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งและควบคุมการทำงาน  คลอรีนไม่ไหม้ไฟแต่ช่วยในการสันดาปเหมือนออกซิเจน และพบว่าก๊าซคลอรีนทำปฏิกิริยารุนแรงกับไขมัน แอมโมเนีย เทอร์เพนไทน์ และไฮโดรคาร์บอน ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า ไม่กัดกร่อน(Corrosive) เมื่อแห้ง
   2. ชนิดคลอรีนผง  หรือที่รู้จักกันในนามของ “ผงปูนคลอรีน” มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด คือ
      2.1 แคลเซียมไฮโปรคลอไรต์ (Calcium hypochlorite) เป็นผงสีขาว ละลายน้ำได้ดีมีสูตรทางเคมี คือ Ca(OCl)2  มักจะผลิตให้มีความเข้มข้นระหว่าง 60-70% โดยน้ำหนัก คลอรีนผงชนิดนี้หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงอย่างรุนแรง ไม่ทำให้เสียรสชาติ ฆ่าเชื้อโรคในเวลาไม่นานเกินไป และยังคงมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคต่อไปได้อีก สะดวกต่อการใช้งาน และสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพได้ง่าย ดังนั้น จึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด
      2.2  โซเดียมไฮโปรคลอไรต์ (Sodium hypochlorite) เป็นสารละลายใส สีเหลืองอมเขียวมีสูตรทางเคมี คือ NaOCl ความเข้มข้นประมาณ 16% โดยน้ำหนัก มีความเสถียรน้อยกว่าแคลเซียมไฮโปรคลอไรต์ ทำให้เสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว จึงควรเก็บไว้ในที่มืดและอุณหภูมิไม่สูงกว่า 30 ๐C เพื่อชะลออัตราการเสื่อมคุณภาพและอายุในการเก็บไม่ควรเกิน 60-90 วัน สำหรับสารละลายโซเดียมไฮโปรคลอไรต์ เมื่ออยู่ในสภาวะ pH ต่ำ จะระเหยเป็นหมอกคลอรีนสามารถระเบิดได้
      2.3  ปูนคลอไรด์ (Chlorinated Lime or Chloride of Lime or Bleaching Powder) หรือบางทีเรียกว่า “ผงฟอกสี” มีสูตรทางเคมี คือ CaOCl2  ผลิตได้จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างคลอรีนและปูนขาว มีความเข้มข้นประมาณ 35% โดยน้ำหนัก

ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคของผงปูนคลอรีน
   การใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการดังนี้
   1. ความเข้มข้นของคลอรีนอิสระ (Free chlorine residual) ความเข้มข้นและปริมาณของคลอรีนที่เติมลงในน้ำไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฆ่าเชื้อโรค หากแต่เป็นปริมาณคลอรีนอิสระที่เหลืออยู่ในน้ำ ซึ่งวัดได้หลังจากช่วงระยะเวลาสัมผัสอันหนึ่งแต่การเติมคลอรีนน้อยเกินไป จะไม่ทำให้เกิดคลอรีนอิสระขึ้นและอาจจะทำลายเชื้อโรคในน้ำได้ไม่ทั้งหมด แต่การเติมคลอรีนในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้น้ำมีกลิ่นฉุนของคลอรีนและทำให้รสชาติของน้ำเสียไปด้วย ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองคลอรีนโดยใช่เหตุ นอกจากนี้ คลอรีนยังมีฤทธิ์กัดกร่อน อาจทำให้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เสียหายได้ ดังนั้น ในการเติมคลอรีนจึงต้องเติมในปริมาณที่พอเหมาะ คือ สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หมด รวมทั้งก่อให้เกิดคลอรีนอิสระที่แนะนำ คือ
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:13:23 PM »

หน้า 3


ระหว่าง 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร (0.2-0.5 ppm.)  ณ เวลาสัมผัส 30 นาที กล่าวคือภายหลังจากที่ทำการเติมสารละลายคลอรีนไปแล้ว 30 นาที ต้องสามารถวัดปริมาณคลอรีนอิสระได้ระหว่าง 0.2-0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร
   2. ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อโรค ( Duration of contact)ทั้งนี้โดยเริ่มตั้งแต่เวลาที่เติมสารละลายผงปูนคลอรีนลงไปในน้ำจนถึงเวลาที่ผู้ใช้เริ่มใช้น้ำเป็นรายแรกไม่ควรน้อยกว่า 30 นาที หรือถ้านานกว่านั้นการฆ่าเชื้อโรคของสารละลายผงปูนคลอรีนก็จะมีมากขึ้นด้วย และทำให้กลิ่นลดลง
   3. อุณหภูมิ (Temperature) ถ้าอุณหภูมิสูงประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคของผงคลอรีนจะลดลง แต่ในทางตรงข้ามถ้าอุณหภูมิต่ำ ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคของผงปูนคลอรีนจะดีขึ้น
    4. ความขุ่นของน้ำ (Turbidity) อนุภาคความขุ่นในน้ำอาจเป็นเกราะกำบังให้เชื้อโรค ทำให้คลอรีนไม่สามารถเข้าไปสัมผัสและฆ่าเชื้อโรคได้ ดังนั้น ถ้าต้องการให้คลอรีนมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีจึงต้องทำให้น้ำมีความใสสูง คือ ต้องมีความขุ่นน้อยกว่า 10 NTU (Nephelometric Turbidity Units) โดยการเติมสารส้ม เพื่อให้อนุภาคของความขุ่นจับตัวรวมกันตกตะกอน และผ่านถังกรอง
   5. สภาพความเป็นกรด-ด่างของน้ำ (pH) มีผลต่อการฆ่าเชื้อโรคของคลอรีน เนื่องจากคลอรีนจะแตกตัวเป็นไฮโปรคลอรัส (Hypochlorus : HOCl ) ซึ่งมีอำนาจในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีเมื่อน้ำมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย หาก pH สูงกว่า 7.5 จะทำให้เกิด OCl-  มากขึ้น ซึ่ง  OCl-  นี้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคด้อยกว่า HOCl  จะทำให้ต้องสิ้นเปลืองคลอรีนมากขึ้น และหากค่า pH สูงถึง 9.5 จะเกิด OCl-  ถึง 100%

เชื้อโรค   สารละลายคลอรีนที่ความเข้มข้น
(มิลลิกรัมต่อลิตร)   เวลา
(นาที)
แบคทีเรีย   100   10
เชื้อวัณโรค      125   3-10
เชื้อรา   100   60
เชื้อไวรัสตับอักเสบบี   500   10
เชื้อ HIV   50   10
สปอร์ของแบคทีเรีย   ทำลายไม่ได้

ข้อดี-ข้อด้อยของการใช้คลอรีนในการฆ่าเชื้อโรค
   1. ข้อดีของการใช้คลอรีน
      -  เป็นสารเคมีที่หาได้ง่าย
      -  ราคาไม่แพง
      -  ละลายน้ำได้ดีที่อุณหภูมิปกติ
       - ไม่ทำให้น้ำเสียรสชาติ
       - ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยงอย่างรุนแรง

บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:14:04 PM »

หน้า 4

รุนแรง

       - ฆ่าเชื้อโรคในเวลาไม่นานเกินไปและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในน้ำต่อไปได้อีก
       -  สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพได้
    2. ข้อด้อยของการใช้คลอรีน
      ทำปฏิกริยากับกลุ่มของกรดอินทรีย์ (Organic acid) คือ กรดฮิวมิค (Humic acid) เกิดไตรฮาโลมีเทน (Trihalomethanes : THMs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นในแง่ของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม สหรัฐอเมริกา จึงกำหนดความเข้มข้นสูงสุดของไตรฮาโลมีเทน (THMs) ไว้ที่ 0.08 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm.) ในน้ำดื่ม ขณะที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organizasion : WHO) กำหนดความเข้มข้นของไตรฮาโลมีเทน (THMs) ที่ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm.)
      แต่จากการศึกษาเปรียบเทียบขององค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับความเสี่ยงจากอันตรายของการใช้คลอรีนในการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ  การก่อให้เกิดสารไตรฮาโลมีเทน (THMs) และอันตรายที่เกิดจากโรคระบบทางเดินอาหารที่มีน้ำเป็นสื่อที่มีผลต่อสุขภาพ พบว่า อันตรายจากการใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคในน้ำและการเกิดสารไตรฮาโลมีเทนเป็นส่วนเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการเกิดโรคของระบบทางเดินอาหารที่มีน้ำเป็นสื่อ

การเตรียมสารละลายคลอรีนในการฆ่าเชื้อโรค
   การเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำนั้น จะต้องระลึกเสมอว่า เมื่อเติมสารละลายคลอรีนไปแล้ว คลอรีนจะต้องสามารถฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้หมดขณะเดียวกันต้องมีคลอรีนอิสระอยู่ในน้ำด้วยซึ่งปริมาณของคลอรีนอิสระ จะต้องมีอยู่ระหว่าง 0.2-0.5  มิลลิกรัมต่อลิตร แต่ในกรณีที่มีการระบาดของโรคระบบทางเดินอาหารที่มีน้ำเป็นสื่อ เช่นโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรง โรคบิด ฯลฯ  ต้องเพิ่มปริมาณคลอรีนอิสระเป็นประมาณ 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในภายหลัง ดังนั้น ในการเติมคลอรีนเพื่อการฆ่าเชื้อโรคในน้ำต้องเติมสารละลายคลอรีนให้มีปริมาณคลอรีนสูงกว่าจำนวนที่จะให้เกิดเป็นคลอรีนอิสระเสมอ
สำหรับการเตรียมสารละลายคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในครัวเรือนมักใช้คลอรีนผง ความเข้มข้น 60%การใช้งานต้องนำมาละลายน้ำ แล้วนำส่วนที่เป็นน้ำใสผสมน้ำตามอัตราส่วนและวัตถุประสงค์ในการใช้ เช่น ใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่ม-น้ำใช้ ใช้ล้างผักสด ผลไม้ อาหารทะเล ภาชนะอุปกรณ์ และอาคารสถานที่ต่างๆ

วิธีการเตรียมคลอรีน
1.   เตรียมน้ำใส่ภาชนะตามขนาดที่ต้องการใช้ประโยชน์
2.   ตักน้ำใส่แก้วมา 1 แก้ว
3.   นำผงปูนคลอรีนชนิดความเข้มข้น 60 เปอร์เซ็นต์ ผสมลงไปตามสัดส่วน แล้วคนให้เข้ากัน
4.   ตั้งทิ้งไว้ให้ผงปูนตกตะกอน
5.   นำน้ำคลอรีนส่วนที่เป็นน้ำใส ผสมน้ำในภาชนะที่เตรียมน้ำไว้ตามอัตราส่วน กวนให้เข้ากันด้วยภาชนะที่สะอาด ทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนที่จะใช้ประโยชน์ตามต้องการ รายละเอียดดังตาราง
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:14:47 PM »

หน้า 5

ปริมาณ และระยะเวลาการใช้คลอรีน
ผงคลอรีน 60%   ขั้นตอนการเตรียม   น้ำที่ผสม   ระยะเวลาแช่   ประเภท
1/8 ช้อนชา


1 ช้อนชา

1/2 ช้อนชา
1 ช้อนชา

1 ช้อนชา   - ผสมผงคลอรีนในน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากัน
- ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน
- รินเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำใสผสมน้ำสะอาด
ตามที่กำหนด คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนนำไปใช้ประโยชน์   โอ่งน้ำ 8 ปี๊บ
(โอ่งมังกร)

50 ปี๊บ

20 ลิตร (1 ปี๊บ)
20 ลิตร (1 ปี๊บ)

10 ลิตร   30 นาที


30 นาที

30 นาที
30 นาที
2 นาที
ทำความสะอาด   น้ำดื่ม-น้ำใช้


น้ำดื่ม-น้ำใช้

ผักสดผลไม้
ปลา
ภาชนะอุปกรณ์
อาคารสถานที่

การใช้น้ำปูนคลอรีนฆ่าเชื้อโรค
   การใช้คลอรีนสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ จะมีประสิทธิภาพเมื่อใช้ตามอัตราส่วนที่ถูกต้อง และระยะเวลาเหมาะสมดังนี้
1.   น้ำดื่ม น้ำใช้ ใช้น้ำปูนคลอรีนส่วนที่เป็นน้ำใสใส่ในน้ำสะอาด ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังจากนั้นจะยังคงมีคลอรีนอิสระคงเหลือเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำต่อไป น้ำที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพแล้วควรมีคลอรีนอิสระคงเหลืออยู่ระหว่าง 0.2-0.5 Mg/l (ppm) ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด เพื่อไม่ให้คลอรีนระเหยเร็วเกินไป และป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก
2.   ผักสด ผลไม้ ล้างด้วยน้ำสะอาด โดยเฉพาะผักผลไม้ที่รับประทานสดควรขัดผิวของผัก และผลไม้จนกว่าจะสะอาด และฆ่าเชื้อโรค โดยแช่น้ำที่ผสมน้ำปูนคลอรีน นาน 30 นาที
3.   ปลา ล้างด้วยน้ำสะอาด และฆ่าเชื้อโรคโดยแช่น้ำที่ผสมน้ำปูนคลอรีนนาน 30 นาที
4.   เขียงที่ใช้กับอาหารประเภทต่างๆ ต้องล้างด้วยน้ำสะอาด และฆ่าเชื้อโรคโดยแช่ในน้ำที่ผสมน้ำปูนคลอรีน นาน 30 นาที
5.   อาคารสถานที่ ราดน้ำที่ผสมปูนคลอรีนลงบนพื้นที่ต้องการฆ่าเชื้อโรค ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที จึงล้างออก ส่วนโต๊ะ ชั้นวางของ ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาด แล้วใช้ผ้าชุบน้ำที่ผสมน้ำปูนคลอรีนพอหมาดๆ เช็ดให้ทั่วอีกครั้ง

การใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคในถังเก็บน้ำแบบ ฝ.99
   อุปกรณ์
1.   ผงปูนคลอรีนขนาดความเข้มข้น 60% ประมาณ 1 กระป๋องนม
2.   ทรายหยาบประมาณ 5 กระป๋องนม
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:35:25 PM »

หน้า 6

3.   ขวดพลาสติกทรงสูง ขนาดความจุประมาณ 1 ลิตร (อาจใช้ขวดน้ำพลาสติกสีขาวขุ่นก็ได้)
4.   กระป๋องนมข้นหวาน 1 ใบ
5.   เชือกยาวประมาณ 4 เมตร

   วิธีทำ
1.   ตวงผงปูนคลอรีนขนาดความเข้มข้น 60% จำนวน 1 กระป๋องนม และทรายหยาบที่ล้างสะอาดแล้ว 5 กระป๋อง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดี
2.   นำส่วนผสมที่คลุกเคล้ากันดีแล้ว ไปบรรจุใส่ขวดพลาสติกทรงสูงขนาดประมาณ 1 ลิตร ปิดฝาให้สนิท
3.   ใช้เชือกผูกปากขวด ทำเป็นหูหิ้ว พร้อมทั้งเจาะรูเล็กๆ ที่ข้างขวด 10-20 รู เพื่อให้คลอรีนสามารถซึมออกมาได้
4.   นำขวดทรายผสมคลอรีนไปแช่ในถังน้ำ โดยหย่อนขวดลงทางช่องคนลง และผูกปลายเชือกอีกด้านหนึ่งเข้ากับเหล็กยึดจับฝาปิด โดยให้ใส่ขวดทรายผสมคลอรีน 1 ขวดต่อถังเก็บน้ำ 1 ถัง

การใช้ผงปูนคลอรีนปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อน้ำตื้น
   การปรับปรุงคุณภาพน้ำในบ่อน้ำตื้นกรณีถูกน้ำท่วมให้ปลอดภัย และทันต่อการใช้ประโยชน์ควรปรับปรุง โดยใช้ผงปูนคลอรีนปริมาณต่อน้ำระดับความลึก 1 เมตร รายละเอียดดังตาราง

การใช้ผงปูนคลอรีนฆ่าเชื้อโรคในบ่อน้ำตื้น ความเข้มข้นของคลอรีน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) ต่อความลึกของน้ำ 1 เมตร (ใช้ในกรณีที่เป็นบ่อทรงกลม)
เส้นผ่าศูนย์กลางของบ่อน้ำ
(ขอบบ่อด้านใน)   

                ผงปูนคลอรีนชนิด 25%           ผงปูนคลอรีนชนิด 60%        ผงปูนคลอรีนชนิด 65%     ผงปูนคลอรีนชนิด 70%
    
             จำนวนกรัม      จำนวนช้อนโต๊ะ   จำนวนกรัม      จำนวนช้อนโต๊ะ           จำนวนกรัม      จำนวนช้อนโต๊ะ     จำนวนกรัม  จำนวนช้อนโต๊ะ

0.80 ม.    100.4           7                      41.8                 3                      38.6               3                  35.8           2.5
0.90 ม.   127.9            9                       53                    4                     48.9                3.5              45.4           3
1.0 ม.      157.2          11                       65.5                 5                      60.5               4                 56.1           4
1.20 ม.   226.2             16                      94.3                7                      87                   6                80.7           5.5
1.50 ม.   353.6             25                      147                11                     136               9.5                126              9
2.0 ม.    628.6             45                       261.9             19                     241.7            17                 224.5           16
2.50 ม.  928.2             70                       409                29                       377.5          27                 350.8           24
3.0 ม     1414.2           101                      589                 42                     543.9          39                  505              36

      
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:36:14 PM »

หน้า 7

วิธีการล้างบ่อน้ำตื้น
1.   เก็บเศษใบไม้ และเศษวัสดุต่างๆ ในบ่อออกให้หมด
2.   ถ้าน้ำในบ่อขุ่นมาก ให้ใส่สารส้มเพื่อให้ตกตะกอน
3.   สูบน้ำในบ่อออก เพื่อให้น้ำใสเข้ามาแทนที่ และเพื่อประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคของคลอรีน
4.   เตรียมน้ำปูนคลอรีน ความเข้มข้น 50 มิลลิกรัมต่อลิตร (รายละเอียดดังตางรางข้างบน)
5.   นำน้ำปูนคลอรีนส่วนที่เป็นน้ำใสเทลงบ่อ ราดและกวนให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ 30 นาที
6.   สูบน้ำจากบ่อ ฉีดล้างคราบตะไคร่น้ำ และคราบสกปรกทั้งภายใน และภายนอกวงขอบบ่อ (ใช้แปรงขัดให้สะอาด)
7.   สูบน้ำออกจากบ่อให้หมด หรือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
8.   ปล่อยทิ้งไว้ให้ซึมออกมาใหม่ ตรวจหาคลอรีนอิสระคงเหลือให้อยู่ ระหว่าง 0.5-1 พีพีเอ็ม ในกรณีที่น้ำซึมออกมามีความขุ่นให้เติมสารส้มละลายน้ำจนอิ่มตัว แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้นอนก้น (ค่าปกติของการใช้สารส้มในการตกตะกอน ประมาณ 5.1 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร) เมื่อน้ำตกตะกอนดีแล้วนำส่วนที่ใสมาตรวจหาสารคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ
9.   แนะนำเจ้าของบ่อให้ปรับปรุงซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของบ่อที่ชำรุด เช่น ชานบ่อ วงขอบบ่อ และยารอยต่อต่างๆ
10.   กรณีบ่อไม่มีวงขอบต้องระมัดระวังการทรุดตัวของบ่อ และการร่วงหล่นของอุปกรณ์ต่าง ๆ

ข้อควรระวัง และแก้ไขเบื้องต้น
   คลอรีนทำให้เกิดการระคายเคือง ระบบหายใจ ทำให้แสบจมูก ระคายเคืองตา แสบตา ผิวหนังเป็นผื่นแดงอักเสบ ดังนั้นในการเตรียมคลอรีน จึงควรป้องกันตัวเองโดย
1.   สวมถุงมือยางขณะเตรียมสารละลายคลอรีน และในระหว่างการผสมคลอรีน
ควรมีผ้าปิดปาก จมูก และควรแต่งกายปกปิดร่างกายให้มิดชิด
2.   อย่าให้ถูกผิวหนัง และเข้าตา เมื่อถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที ถอดเสื้อผ้าที่ถูกคลอรีนออก และอาบน้ำชะล้างคลอรีนให้หมด เมื่อเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 นาที และรีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
3.   ส่วนการเก็บผงปูนคลอรีน จะต้องมีการเก็บรักษาที่ดี เพื่อคงคุณภาพของผงปูนคลอรีนไว้เนื่องจากคลอรีนในผงปูน คลอรีนสามารถระเหยออกสู่บรรยากาศภายนอกได้เรื่อยๆ ดังนั้น การเก็บผงปูนคลอรีนจึงควรต้องเก็บในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด และเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น


บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 กันยายน 2009, 05:37:01 PM »

เอกสารอ้างอิง
กองสุขาภิบาลอาหารและน้ำ .2549. คู่มือ Food Inspector. กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข. 311 หน้า
อนุพันธ์   อิฐรัตน์ .2542. ภัยเงียบจากคลอรีน. เอกสารประกอบการบรรยาย ณ ห้องประชุมกำธรสุวรรณกิจ กรมอนามัย.


ขอขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 23 กันยายน 2009, 08:56:59 AM »

การเตรียมสารละลายคลอรีน



http://www.krunid.com/board/index.php?topic=50.0

ครูนิจ อาหารไทย ขนมไทย ถนอมอาหาร แกะสลัก งานใบตอง จัดดอกไม้ เบเกอรี่ จัดโต๊ะอาหาร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กันยายน 2009, 05:55:31 AM โดย nopadol » บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 25 กันยายน 2009, 12:10:38 PM »

http://www.mwa.co.th/download/etc01/chlorine.pdf

เกี่ยวกับคลอรีนที่ควรรู้

ครูนิจ อาหารไทย

www.krunid.com
บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 16 สิงหาคม 2010, 01:05:31 PM »

มาอัพเดท ราคาคลอรีน

คลอรีนผง ราคารวม vat  เท่ากับ   51.36   บาท

คลอรีนน้ำ ราคารวม vat  เท่ากับ   4.28    บาท

 หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนน้ำ = 14.2*4.28=60.78 บาท

 หาราคา HOCl 1 กก. จากคลอรีนผง = 2.09*51.36= 107.34 บาท
  
คลอรีนผง แพงกว่าอยู่ดีละครับ

แถมราคา โซดาไฟ 1 ตัน ราคา กิโลกรัมละ 20 บาท ไม่รวม VAT

ครูนิจ ครูนิด ครูนิจ เยาวนิจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2010, 10:02:00 AM โดย nopadol » บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 ตุลาคม 2010, 05:42:33 PM »

คลอรีน คลอรีน คลอรีน

ครูนิจ ครูนิจ ครุนิจ

ครูนิด ครูนิด ครูนิด

อาหารไทย อาหารไทย

ขนมไทย ขนมไทย

แกะสลัก แกะสลัก

งานใบตอง งานใบตอง

ถนอมอาหาร ถนอมอาหาร

บันทึกการเข้า
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.483


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์ 2011, 02:31:42 PM »

ครูนิจ ขายพลอย เพชร สมบัติเก่า ขายพลอยราคาส่ง

ขายพลอยราคาถูก  สนใจ ตามลิ้งค์ เลยครับ

http://www.krunid.com/board/index.php/board,25.0.html
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!