ตำราอาหารไทย
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
22 พฤษภาคม 2012, 03:53:02 AM

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ตำราสูตรอาหารไทยออนไลน์ ยินดีต้อนรับทุกท่าน
Admin ได้ลบและติดตั้งตัวป้องกันการสมัครอัตโนมัติ
เราลบท่านที่ไม่ได้โพสท์ โปรดสมัครใหม่และโพสท์อย่างน้อย 1 ข้อความเพื่อป้องกันการโดนลบทิ้ง
2.805 กระทู้ ใน 1.978 หัวข้อ โดย 454 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Yiifeng
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  ตำราอาหารไทย
|-+  คุยเฟื่องเรื่องในครอบครัว
| |-+  คุยเรื่องการศึกษาของลูก
| | |-+  ลูกหัดแต่งเรื่องสั้น
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ลูกหัดแต่งเรื่องสั้น  (อ่าน 299 ครั้ง)
nopadol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1.454


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 30 มิถุนายน 2010, 08:06:33 AM »

ลูกสาววัย 10 ขวบเศษ อยู่ชั้น ป.5

กำลังหัดแต่งเรื่องสั้น ลองอ่านดูนะครับ ก่อนที่จะมีคนเอาไปดัดแปลง ทำซ้ำ แต่อยากให้ขออนุญาติลูกสาวก่อน

เรื่องสั้นเรื่องนี้ มีชื่อว่า..

ลูกชิ้น


หนูน้อยกำเหรียญ 5 บาทแน่นจนชุมเหงื่อ ภายหลังจากโรงเรียนเลิก เด็กน้อยรู้สึกค่อนข้างหิว เขาจึงตั้งใจว่าจะซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าโรงเรียนกินรองท้องก่อนกลับบ้านด้วยเงิน 5 บาทค่าขนมเหรียญสุดท้ายที่เหลือในวันนี้ และแล้ว.. เขาก็ได้มันมา ลูกชิ้นปิ้งอุ่นๆหอมกรุ่น และชุ่มโชกด้วยน้ำจิ้มเลิศรส 1 ไม้ ในขณะที่เขากำลังอ้าปากเพื่อจะงับลูกชิ้น สายตาเจ้ากรรมของเขาก็เหลือบแลไปเห็น ลูกหมามอมแมมผอมโกรก นั่งกระดิกหางมองมาที่เขาด้วยสายตาละห้อย กำลังเลียปากแผลบๆ และกลืนน้ำลายด้วยความหิว เขารู้สึกประดักประเดิดใจชอบกล แต่.. ช่างก็มันเถิด มันก็แค่.. ลูกหมาข้างถนนมอมๆตัวหนึ่ง เขาพยายามนึกในใจเช่นนั้นเพื่อให้รู้สึกผิดน้อยลง แล้วเคี้ยวลูกชิ้นแสนอร่อยนั้นต่อ แต่แล้ว.. ทำไม? เขาจึงรู้สึกว่ามันกลืนไม่ค่อยจะลงคอเลย เขาพยายามนึกเหตุผลต่างๆนานา ตามที่เด็กอายุ 8 - 9 ขวบขนาดเขาพอจะคิดออก เพื่อที่จะหักล้าง ความละอาย และความรู้สึกผิดในจิตใจตัวเอง..

ลูกชิ้นเผ็ด หมากินไม่ได้หรอก ”

“ ก็เรากำลังหิว.. มันก็แค่ลูกหมาข้างถนน เดี๋ยวมันก็ไปคุ้ยหาขยะกินได้ ”

“ ลูกหมาคงกินลูกชิ้นไม่เป็นหรอก ”

“ จะสนใจทำไม? มันก็แค่.. ลูกหมา..”

เขาพยายามทำไม่สนใจ แต่.. เมื่อได้สบตากับดวงตาแป๋วแหว๋วของเจ้าหมาน้อยตัวนั้น เขาก็เลยจำต้องตัดใจ ยอมยกลูกชิ้นที่เหลืออีก 3 ลูกให้

“ เฮ้อ!!.. เอ้าๆ เสียสละให้ก็ได้ มองอยู่นั่นแหละ เลยกินไม่ลงเลย คอยดูนะ ถ้าแกไม่กิน ฉันจะเตะแกให้เจ็บๆเลย ฉันก็หิวเหมือนกันนะ แต่.. ฉันก็กลับไปกินข้าวบ้านได้ แต่แก.. คงจะไม่มีบ้าน? คงจะไม่มีใครดูแล? เอ้า กินซะไอ้หมามอม เฮ้อ ”

เด็กน้อยบ่นอุบอิบกับเจ้าหมามอมตัวน้อย ราวกับว่ามันจะเข้าใจมาสิ่งที่หนูน้อยพูด พลางรูดลูกชิ้นออกจากไม้ แล้วก็นำไปกองตรงหน้าเจ้าหมาน้อยตัวนั้น เพียงไม่นาน.. ลูกชิ้นทั้ง 3 ลูกก็หายไปอย่างรวดเร็ว มันคงจะกำลังหิวมากๆ หมาตัวเล็กๆ กับลูกชิ้น 3 ลูก คงจะพอบรรเทาความหิวโหย ให้มันได้บ้าง หลังจากที่มันกินเสร็จ มันก็นั่งกระดิกหางมองผู้หยิบยื่นความเมตตาให้แก่มัน สบตา ส่งสายตาแป๋วแหววที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ มายังเจ้าหนูน้อย ดังจะสื่อความหมายว่า.. ขอบคุณมากเหลือเกิน สำหรับอาหารมื้อนี้..

“ มองอะไรอีก? หมดแล้วไม่มีอีกแล้ว ไม่อิ่มหรือไง? ทำไงได้ก็มีอยู่แค่นั้น เงินฉันก็หมดแล้วด้วย ฉันจะกลับบ้านแล้วละ ถ้าแกยังไม่หายหิว ก็คุ้ยๆหาอะไรกินเอาเองก็แล้วกันนะ ”

เจ้าหนูพูดพึมพำกับหมาน้อย เหมือนดังเขากำลังพูดคุยกับเพื่อนตัวเล็กๆตัวหนึ่ง จากนั้น.. เขาก็ลุกขึ้นเดินกลับบ้าน โดยมีเจ้าหมาน้อยวิ่งต๊อกๆ กระดิกหางตามมาด้วย

“ จะตามมาทำไมอีก? ฉันคงเลี้ยงแกไม่ได้หรอก แม่คงไม่ให้เลี้ยงแน่นอน เสียใจด้วยนะ เจ้าหมามอมแมม ”

เจ้าหนูเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเหลือบมองไปยังเจ้าหมาน้อย แล้วก็เห็นว่า.. มันกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กตามมา แม้เขาจะวิ่งหลบลี้หนีไปทางไหน? แต่.. เจ้าหมาน้อยก็ยังคงวิ่งตามอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งเหนื่อยอ่อนด้วยกันทั้งคู่ จริงๆแล้ว เหตุการณ์ต่างๆคงจบลงแค่นั้น ถ้าเจ้าหนู เตะเจ้าหมาน้อยสักเปรี้ยงให้มันเจ็บๆ มันคงจะวิ่งหนีแล้วเลิกตามแน่นอน แต่.. เขาคงทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะดูมันจะรุนแรงและโหดร้ายเกินไปหน่อยตามความคิดของเด็กชายเล็กๆด้วยความเมตตาจากหัวใจดวงน้อยอันใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเขา เขาจึงคงทำเช่นนั้นไม่ได้ ในยามนี้เขาจึงคงทำได้เพียงแค่.. เดินอย่างอ่อนใจ โดยมีเจ้าลูกหมาจอมตื้อ เดินดุ๊กดิ๊กตามมาด้วย

จนในที่สุด.. ด้วยความเหนื่อยล้า เขาจึงนั่งพักลงที่ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ในซอยเล็กๆของหล่งเสื่อมโทรมละแวกบ้านเขาแห่งนึ่ง โดยมีเจ้าหมามอมตัวน้อย ตามติดอยู่ไม่ห่าง เขาพลางนึกในใจว่า.. แล้วนี่.. เขาจะทำเช่นไรดีนะ ใจจริงเขาก็อยากมีลูกหมาเป็นเพื่อนเล่นสักตัวเหมือนกัน แต่.. แม่เขาคงจะไม่ยอมแน่นอน เพราะจากสภาพแวดล้อมของห้องเช่าห้องเล็กๆที่เด็กกำพร้าพ่ออย่างเขาพักอยู่กับแม่ที่ยากจนหาเช้ากินค่ำอยู่เพียง 2 คน คงจะไม่เอื้ออำนวยให้เลี้ยงดูเจ้าหมาน้อยตัวนี้ได้แน่ ความรู้สึกสับสนกำลังต่อสู้กันอยู่ในความคิดเล็กๆของเด็กน้อยคนนี้ เขาสบตาแป๋วแหวของเจ้าหมาน้อยแล้วเขารู้สึกว่า.. ดวงตาใสซื่อคู่นั้น สะท้อนอะไรบางอย่างออกมา อะไรบางอย่าง ที่ดูจะใกล้เคียงกับตัวเขา จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ? เด็กน้อยพยายามถามตัวเอง เขาเองก็ไม่มีพ่อ แล้วเจ้าหมาน้อยตัวนี้ล่ะ? มันมีพ่อแม่ของมันบ้างไหม? ดูเหมือนมันจะยังเป็นลูกหมาตัวเล็กๆอยู่เลย แล้วแม่ของมันล่ะ? ไปอยู่เสียที่ไหน? ทำไมไม่มาดูแลมัน ปกติหมาน้อยขนาดนี้ จะตามติดแม่ของมันตลอดเลยนี่นา ตามที่เขาเคยสังเกตเห็น แล้วนี่มันจะอยู่ตัวคนเดียวได้หรือ? เขาเองเสียอีกที่อย่างน้อยๆก็ยังมีแม่ มีบ้าน มีอาหารกิน แล้วมันล่ะ? มันจะอยู่ได้อย่างไร? ความคิดต่างๆนานาผุดขึ้นในหัวของเขา โดยที่เขาเองนั้นก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เพราะความไร้เดียงสา เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ จนในที่สุด ดูเหมือนความเมตตาในหัวใจดวงน้อยของเขาจะชนะทุกสิ่ง มันก่อให้เกิดความกล้าหาญเล็กๆในหัวใจดวงน้อยของเขาขึ้นมา

เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะขอแม่เพื่อเลี้ยงมันและจะสัญญากับแม่ว่าจะรับผิดชอบดูแลมันให้ดีไม่ให้ใครต้องเดือดร้อน บางที.. เขาอาจจะขอร้องป้าเจ้าของบ้านเช่าด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจว่า.. ตำตอบนั้น.. จะได้หรือไม่ ดูเหมือนคำตอบว่าไม่ ดูจะมีน้ำหนักมากกว่า แต่อย่างไรก็แล้วแต่.. เขาก็จะไม่ทอดทิ้งมัน เขาสัญญากับตัวเองเช่นนั้น คิดได้ดังนั้น เขาเหลือบมองมาที่เจ้าหมาน้อยที่กำลังนั่งกระดิกหางมองเขาอยู่ไม่วางตา เขาเอามือลูบหัวเจ้าหมาผอมสกปรกมอมแมมตัวนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจ พลางเอ่ยขึ้นว่า..

“ ไป.. กลับบ้านกันเหอะไอ้หมามอม อืม.. ว่าแต่ แกควรจะมีชื่อนี่นะ ฉันจะเรียกแกว่าอะไรดีนะ ลูกชิ้น ชื่อลูกชิ้นแล้วกัน เพราะฉันได้เจอแกก็เพราะลูกชิ้น เข้าท่าดีเหมือนกัน ไป.. กลับบ้านกันเหอะ ไอ้ลูกชิ้น ”

เจ้าหนูเอ่ยจบพร้อมกับก้าวเดิน เพื่อจะกลับบ้าน โดยมีเจ้าหมาน้อยตัวเล็กๆมอมแมมวิ่งกระดิกหางดุ๊กดิ๊กตามมา มิตรภาพเล็กๆก่อเกิดขึ้นแล้ว ความเหมือนในความต่างเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ กับหมาน้อยตัวเล็กๆ ที่เดินเคียงกันมา ค่อยๆหายลับไปในซอยเล็กๆของแหล่งเสื่อมโทรมแห่งหนึ่ง ในยามที่อาทิตย์กำลังจะโรยแสงลง ในเย็นวันนั้น..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มิถุนายน 2010, 08:13:19 AM โดย nopadol » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!